6 สิงหาคม 2562 เตือนภัย 13 จังหวัด ดินถล่ม-น้ำป่าทะลัก ให้เฝ้าระวังถึง 7 ส.ค.

ที่มา: https://www.naewna.com/local/431277

กรมทรัพยากรธรณีฯ เตือนภัย 13 จังหวัดเฝ้าระวังดินถล่ม น้ำป่าไหลหลาก ถึง 7 สิงหาคม น่าน-พะเยา ฝนตกข้ามวันข้ามคืน น้ำทะลักท่วมหลายพื้นที่ ระดมเครื่องสูบน้ำ เกษตรกรดีใจน้ำเข้านา ต้นข้าวรอด ขณะที่เขื่อนลำตะคองมีน้ำเหลือแค่ร้อยละ 44 ชาวบ้านลุ้นน้ำฝนเก็บไว้เพาะปลูกปีหน้า ศูนย์ปฏิบัติการธรณีพิบัติภัย กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) แจ้งเตือนระวังภัยดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก โดยขอให้อาสาสมัครเครือข่ายกรมทรัพยากรธรณี เฝ้าระวังภัยและแจ้งเตือนธรณีพิบัติภัยให้ประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่, ลำพูน, เชียงราย, แม่ฮ่องสอน, น่าน, แพร่, พะเยา, ตาก, สุโขทัย, อุตรดิตถ์ กาญจนบุรี, จันทบุรี และตราด ระวังภัยดินถล่มและน้ำปาไหลหลากในระหว่างวันนี้จนถึงวันที่ 7 สิงหาคม

เตือน 13 จังหวัด ระวังดินถล่ม-น้ำป่า

ทั้งนี้ศูนย์ปฏิบัติการธรณีพิบัติภัยระบุว่าพื้นที่เสี่ยงภัยคือ อำเภอบ่อเกลือ เฉลิมพระเกียรติ, เวียงสา, เชียงกลาง, ท่าวังผา, นาน้อย, นาหมื่น, ปัว, ทุ่งช้าง, สันติสุข, แม่จริม จังหวัดน่าน อำเภอขุนยวม, แม่สะเรียง, ปาย, ปางมะผ้า, สบเมย, เมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน อำเภอท่าสองยาง, แม่ระมาด, แม่สอด, พบพระ, จังหวัดตาก อำเภอปง, จุน, เชียงคำ, ภูกามยาว จังหวัดพะเยา อำเภอแม่สรวย, เทิง ป่าแดด, เชียงของ จังหวัดเชียงราย อำเภอแม่วาง, ดอยสะเก็ด, แม่แจ่ม, แม่อาย, ฝาง จังหวัดเชียงใหม่ อำเภอเขาสมิง, บ่อไร่, เกาะช้าง จังหวัดตราด เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีฝนตกหนักต่อเนื่อง วัดปริมาณน้ำฝนได้มากกว่า 100 มิลลิเมตร ระดับน้ำในลำคลองเพิ่มสูงขึ้น มีน้ำหลากและดินไหล เกิดขึ้นบางพื้นที่แล้ว อาจทำให้เกิดดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากได้ พร้อมกันนี้ ศูนย์ปฏิบัติการธรณีพิบัติภัยยังกำชับให้อาสาสมัครเครือข่ายฝ้าระวังแจ้งเตือนธรณีพิบัติภัยของกรมทรัพยากรธรณีเตรียมความพร้อมเฝ้าระวังภัยดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก และวัดปริมาณน้ำฝนต่อเนื่อง หากเกิดเหตุให้แจ้งเตือนสถานการณ์ดินถล่มและน้ำไหลหลากให้ประชาชนในหมู่บ้านรับทราบ และแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมปฏิบัติตามแผนฝ้าระวังที่ผ่านการอบรมแล้ว

น่านฝนตกทั้งวันระดมเครื่องสูบน้ำ

ขณะที่หลายพื้นที่ได้รับผลกระทบจากพายุวิภา ถึงแม้จะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำแล้วก็ตาม แต่ทำให้มีฝนตกหนักต่อเนื่องข้ามวันข้ามคืน เกิดน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะอำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่านบริเวณสะพานพัฒนาภาคเหนือ ระดับน้ำเมื่อเวลา 08.00 น. วัดได้ 5 เมตร เทศบาลเมืองน่านตั้งเครื่องสูบน้ำ 2 เครื่อง ที่บริเวณประตูระบายน้ำต้นโพธิ์ริมน้ำน่านชุมชนบ้านดอนศรีเสริม เพราะระดับน้ำสูงขึ้นรวดเร็ว เพื่อเฝ้าระวังและสูบน้ำออกจากชุมชนกรณีน้ำน่านล้นตลิ่งและต้องปิดประตูระบายน้ำทุกจุด ไม่ให้น้ำไหลเข้าท่วมเขตเศรษฐกิจเทศบาลเมืองน่าน ทั้งนี้ตลอดทั้งวันหลายพื้นที่ในจังหวัดน่าน มีฝนตกต่อเนื่อง และมีปริมาณน้ำเสริมมาจากอำเภอท่าวังผา ปัว ทุ่งช้าง และเฉลิมพระเกียรติ และหลายพื้นที่มีน้ำในที่ลุ่ม สำหรับชาวบ้านเตรียมเก็บของขึ้นที่สูง ส่วนที่เลี้ยงสัตว์ โคกระบือได้เคลื่อนย้ายไปเลี้ยงไว้ในที่สูง เพื่อหนีน้ำแล้ว อย่างไรก็ตาม ฝนที่ตกต่อเนื่องสร้างอานิสงส์ให้เกษตรกร โดยเฉพาะชาวนา ทำให้มีน้ำหล่อเลี้ยงต้นข้าว หลายคนเริ่มลงมือปลูกข้าวรอบใหม่

พะเยาน้ำทะลักพื้นที่เกษตร บ้านประชาชน

เช่นเดียวกับที่จังหวัดพะเยา สถานการณ์น้ำท่วมในอำเภอเชียงคำ ยังมีน้ำไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้านในพื้นที่บ้านล้า หมู่ที่ 4 ตำบลเวียง หลังคันกั้นน้ำบริเวณด้านหลังโรงเรียนศรีพรหม ซึ่งเป็นคันกั้นน้ำบริเวณแม่น้ำลาวพังลงมา เพราะระดับน้ำแม่ลาวสูงขึ้น น้ำไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่ ขณะที่ในพื้นที่บ้านจำไก่หมู่ที่ 3 ตำบลสันโค้ง อำเภอดอกคำใต้ น้ำจากลำน้ำร่องชมพู ไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่เกษตรของชาวบ้านเป็นบริเวณกว้าง และตลอดทั้งวันนี้ มีฝนตกต่อเนื่องตลอดทั้งวัน เจ้าหน้าที่ยังเฝ้าระวัง ตลอด 24 ชั่วโมง

นาข้าวโคราชเสียหายกว่า 3.2 ล้านไร่

หลายจังหวัดประสบภัยแล้ง จากปัญหาฝนทิ้งช่วง โดยเฉพาะจังหวัดนครราชสีมา เกษตรจังหวัดนครราชสีมาเผยว่าสถานการณ์ภัยแล้งส่งผลกระทบพื้นที่การเกษตร โดยเฉพาะนาข้าวในพื้นที่ทั้งหมด 3.5 ล้านไร่ ที่เกษตรกรปลูกข้าวไปแล้ว 3.2 ล้านไร่ ขณะนี้ได้รับผลบกระทบภัยแล้งจากฝนทิ้งช่วง ถ้าฝนไม่ตกลงมาภายในเดือนนี้คาดว่าจะเสียหายไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 หรือประมาณ 1.7 ล้านไร่ เป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดมาแล้วหลายปี เกษตรจังหวัดลงพื้นที่สำรวจเบื้องต้น เพื่อรายงานให้จังหวัดประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติแล้ง นำไปสู่การชดเชยเยียวยาต่อไป ส่วนพายุวิภาที่เข้าไทยก่อนหน้านี้ไม่มีผลต่อจังหวัดนครราชสีมา ภัยแล้งปีนี้ถือว่าถึงขั้นวิกฤติรุนแรงมาก ไม่เคยเป็นมาก่อน ซึ่งนอกจากข้าวแล้ว ยังมีพืชอื่นได้รับความเสียหายด้วย เช่น มันสำปะหลัง อ้อย แต่อาจน้อยกว่าข้าว ส่วนอำเภอที่ภัยแล้งรุนแรงและเสียหายมาก เช่น อำเภอปากทาย อำเภอโนนแดง อำเภอสีดา อำเภอคง อำเภอบัวใหญ่ ขามสะแกแสง พระทองคำ อำเภอโนนไทย สภาพนาข้าวยืนต้นตายเต็มทุ่งนาไปหมด แต่ถ้าภายในเดือนนี้มีฝนตกลงมา อาจมีบางส่วนฟื้นได้

ลำตะคองมีน้ำแค่ 140 ล้านลบ.ม.

ผอ.สำนักชลประทานที่ 8 เผยว่าเขื่อนลำตะคอง ขณะนี้มีน้ำเพียง 140 ล้านลบ.ม. หรือร้อยละ 44.55 จากความจุ 314 ล้านลบ.ม. ขณะที่แม่น้ำชี ช่วงที่ไหลผ่านอำเภอบ้านเหลื่อม ปริมาณน้ำในแม่น้ำชีแห้งขอดมองเห็นเป็นเพียงลำธารขนาดเล็ก ไม่มีน้ำมากพอให้ชาวบ้านสูบขึ้นมาใช้อุปโภคบริโภค และทำเกษตรได้ ชาวบ้านโนนประดู่ หมู่ที่ 3 ตำบลบ้านเหลื่อม อำเภอบ้านเหลื่อม เผยว่าที่ผ่านมาหลายสิบปีไม่เคยเห็นน้ำในแม่น้ำชีแห้งขอดเช่นนี้มาก่อนในฤดูฝน ทุกปีช่วงเข้าพรรษาปริมาณน้ำในแม่น้ำชีจะเกินครึ่งหรือเกือบเต็มตลิ่ง เกษตรกรสามารถสูบน้ำมาทำเกษตรได้ไม่มีขาดแคลน แต่มาปีนี้ฝนไม่ตกติดต่อกันมาหลายเดือน แม่น้ำชีก็แห้งขอด ทำให้ต้นข้าวต้องยืนต้นตายจนหมด ทั้งนี้ชาวบ้านได้แต่ภาวนาให้ฝนกลับมาตกอีกครั้งในช่วง 1-2 เดือนนี้ จะได้พอมีน้ำไว้ใช้ช่วงเข้าสู่ฤดูเพาะปลูกปีหน้าอีกครั้ง ส่วนฤดูเพาะปลูกปีนี้คงหมดหวังจากการทำนาแล้ว

แล้งนานดันราคากล้วยแพงหูฉี่

ที่อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก ผลกระทบจากภัยแล้ง ขาดแคลนน้ำ ทำให้ราคาผลผลิตการเกษตรเพิ่มสูงขึ้น โดยราคาขายปลีกกล้วยสูงขึ้นมาก เพราะผลผลิตออกสู่ตลาดน้อย ราคากล้วยน้ำว้าจำหน่ายเฉลี่ยหวีละ 20-40 บาท กล้วยไข่หวีละ 30-40 บาท กล้วยเล็บมือนางหวีละ 20 บาท กล้วยหอมจะราคาสูงที่สุด ตั้งแต่หวีละ 50-80 บาทตามขนาด สอบถามแม่ค้าต่างบอกว่าปีนี้เจอภัยแล้งยาวนาน ทำให้ผลผลิตกล้วยออกมาน้อย ราคาจึงพุ่งสูง บางช่วงกล้วยน้ำว้าขาดตลาด ขณะที่พ่อค้าแม่ค้าที่ขายกล้วยทอดเผยว่าบางช่วงกล้วยน้ำว้าขาดตลาด ปีนี้ราคาสูงมาก หากซื้อกล้วยได้ในราคาหวีละ 15 บาท มาทอดขายให้ลูกค้าในราคาเดิม 13 ชิ้น 20 บาท แต่ขนาดของผลกล้วยจะเล็กลง ลูกค้าก็เข้าใจ ส่วนบางช่วงอาจต้องหยุดขาย เนื่องจากกล้วยน้ำว้าขาดตลาด